ReadyPlanet.com
dot dot
สารกันเลือดแข็ง (Preservative) คืออะไร article

              เวลาตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคนั้น จะมีหลากหลายวิธีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการจะตรวจ "อะไร" หรือ "เพื่อหาอะไร"การจะเข้าใจถึงว่าเลือดแข็งตัวอย่างไรต้องเข้าใจองค์ประกอบต่างๆของเลือดก่อนเลือดนั้น จากส่วนที่เราเห็นเป็นเลือดสีแดงนั้นเราสามารถแยกย่อยลงไปอีกได้เป็นองค์ประกอบใหญ่ๆได้ดังต่อไปนี้- ส่วนที่เป็นน้ำ เรียกว่าน้ำเหลืองในน้ำเหลืองนี้จะมีสารต่วงๆละลายอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น สารอาหารที่มาจากระบบย่อยอาหาร, ฮอร์โมนต่างๆ, ภูมิคุ้มกันต่อต้านโรคต่างๆ เอ็นซัยม์ชนิดต่างๆ, ของเสียจากการทำงานของส่วนต่างๆของร่างกาย- ส่วนที่เป็นเกล็ดเลือด คือส่วนเล็กที่แขวนลอยอยู่ในกระแสเลือด มีหน้าที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือด- ส่วนที่เป็นเม็ดเลือดขาว คือส่วนที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือนทหารที่คอยตรวจจับสิ่งแปลกปลอม เช่นเชื้อโรคที่หลุดเข้ามาในร่างกาย แบ่งออกได้หลายชนิดตามหน้าที่ความสามารถในการทำลายสิ่งแปลกปลอมทั้งหลาย- ส่วนที่เป็นเม็ดเลือดแดง คือส่วนที่เราเห็นเป็นสีแดงของเลือด มีลักษณะคล้ายขนมโดนัทคือ มีรอยเว้าบริเวณส่วนกลาง องค์ประกอบ ส่วนใหญ่คือ ฮีโมโกลบิน ซึ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียจากเซลต่างๆของร่างกาย
ปกติเลือดเมื่อออกมาจากร่างกาย จะมีกลไกทางชีวเคมีที่ทำให้เกิดการแข็งตัว เพราะเป็นกลไกธรรมชาติเพื่อป้องกันไม่ให้เสียเลือด หากมีบาดแผลแล้วเกิดเลือดออก ถ้าเราเอากล้องไปส่องบริเวณนั้นก็จะพบว่า เส้นเลือดที่เหมือนท่อประปามีการแตก หรือรั่ว เลือดที่อยู่ภายในก็ไหลออกมา ธรรมชาติที่แสนฉลาดก็เลยออกแบบให้เลือดที่ออกมานั่นแหละมีกลไกเกิดแข็งตัวโดยอัตโนมัติ อุดรูรั่วไว้เพื่อการซ่อมแซม หรือการหายต่อไป ตานี้คงมีคนสงสัยว่าอ้าวแล้วเมื่อเลือดอยู่ในเส้นเลือด ทำไมถึงไหลไปมาได้ล่ะ ไม่เห็๋นแข็งตัวเลย ทั้งนี้ก็เพราะธรรมชาติอีกนั่นแหละที่แสนจะฉลาดที่มีกลไกทางชีวเคมียับยั้งให้เลือดไม่แข็งตัว กลไกการแข็งตัวของเลือดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการกระตุ้นในสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งคุณรู้ไหมว่ากลไกนี้ซับซ้อนมาก จนบัดนี้แม้วิทยาการทางด้านการแพทย์จะก้าวหน้าไปมาก มนุษย์เราเองยังศึกษาไม่เข้าถึงกลไกที่ว่านี่ดีพอเลย จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกมาก แต่ขนาดที่เรา "พอทราบ" บ้างว่ากลไกนี้เป็นอย่างไรเราก็เอาความรู้ดังกล่าวนี้มาใช้ประโยชน์ได้มหาศาล เช่น ในการตรวจวิคราะห์ทางการแพทย์, การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ, การรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจ/สมองตีบ เป็นต้นเมื่อเลือดถูกเจาะออกมานอกร่างกายแล้วกลไกการแข็งตัวของเลือดจะถูกกระตุ้น หากทิ้งไว้สักพักก็จะมีการแข็งตัวเป็นก้อน ภาษาอังกฤษเรียกว่า clot ซึ่งก้อนเลือดที่ว่าถ้าส่องกล้องดู จะพบว่าประกอบด้วยส่วนเม็ดเลือดทั้งหมด ทั้งเกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว ฯลฯ จะจับตัวกันเป็นกระจุก ดังนั้นการตรวจเพื่อดูเม็ดเลือด ก็จะไม่สามารถตรวจได้ถ้าเลือดแข็งตัว จึงมีผู้คิดค้น "สารกันเลือดแข็ง" ขึ้น ซึ่งมีหลายชนิด เช่น Heparin ซึ่งเป็นสารที่มีในธรรมชาติ เช่น ในพวกปลิงดูดเลือด หรือ EDTA สารชนิดนี้มีสมบัติรักษาสภาพของเม็ดเลือดแดง จึงเป็นที่นิยมใช้ใส่ในการเก็บเลือดเพื่อตรวจ CBC สำหรับการตรวจน้ำตาลในเลือดนั้น เนื่องจากเม็ดเลือดแดงก็เป็นเซลล์ชนิดหนึ่งในร่างกายที่มีชีวิต ดังนั้นก็จะใช้น้ำตาลที่มีอยู่ในเลือดเป็นอาหารด้วย ดังนั้นถ้าเราต้องการวัดระดับน้ำตาลในเลือด ก็ต้องใช้สารกันเลือดแข็งที่ยับยั้งการใช้น้ำตาลของเม็ดเลือดแดง มิเช่นนั้นแล้ว ค่าที่ตรวจได้ก็จะต่ำว่าความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น โซเดียมฟลูออไรด์ เป็นต้นส่วนการตรวจอื่นๆ เช่น วัดระดับไขมัน เช่น คอเลสเตอรอล, ไตรกลีเซอรไรด์, กรดยูริค ตลอดจนตรวจภูมิคุ้มกันต่อโรค เช่น ไวรัสตับอักเสบบี, เอดส์ เป็นการตรวจน้ำเหลือง ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องใส่สารกันเลือดแข็ง เพราะก่อนการตรวจต้องเอาเลือดไปปั่นแยกเอาเม็ดเลือดออกก่อนอยู่ดี

จะเห็นได้ว่าการตรวจวิเคราะห์แต่ละชนิด จำเป็นต้องใช้สารกันเลือดแข็ง ตลอดจนวิธีการเก็บตัวอย่างเลือดที่ถูกต้องตามหลักวิชา จึงจะได้ค่าที่ถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุดดังนั้นอย่าต่อว่าคุณหมอเลยนะครับ ถ้าจำเป็นต้องเจาะเลือดหลายๆ หลอด หรือเมื่อมีการตรวจเพิ่มเติม ก็ต้องเจาะเลือดใหม่ ทั้งนี้ก็เพราะความจำเป็นดังฉะนี้แล




รู้ทันโรคภัย ใส่ใจสุขภาพ

ใบบัวบก ช่วยลดขนาดเส้นเลือดขอด
สูตรไม่ลับ แก้หน้าเหี่ยว
"เหล้า" กับความผิดปกติทางเลือด
20 สัญญาณมะเร็งที่ผู้หญิงมักมองข้าม
เติมเต็มสุขภาพเชิงบวกด้วย เทรนด์อาหาร ปี 2010
ปวดเรื้อรัง ระวังสมองเหี่ยว
10 นาทีนวดก้นกบ ลดความเครียด
การรักษาโรคไบโพลาร์ให้ได้ผลดีในระยะยาว
Stem Cell คืออะไร
โรคอ้วน
โรคระบบทางเดินอาหาร ทำงานผิดปกติ
โบท็อกซ์อันตรายจริงหรือ
โรคในช่องปากที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด
"ชิคุณกุนยา" ไวรัสร้ายจากยุงลาย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 H1N1
การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ( Pap smear ) article
ตรวจเต้านมด้วยตนเอง… อีกหนึ่งมาตรการในการป้องกันมะเร็งเต้านม article
สมองอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ article
ไข้หวัดนก article
การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ (Complete Blood Count: CBC) article
โรคโลหิตจาง article
ยาบ้าและสารเสพติด article
ตาบอดสี.... หลายสิ่งที่คุณยังไม่รู้ article
รับประทานอาหารอย่างไร? ให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด article
โรคกระดูกพรุน article
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง article
ไวรัสตับอักเสบบี article
ทำอย่างไรเมื่อเจาะเลือดแล้ว รุ่งขึ้นมีรอยเขียวช้ำ article



bulletHome
bulletPerfecthealth's Job
dot
English
dot
dot
แผนที่ที่ตั้งของเพอร์เฟคเฮลธ
dot
bulletสำนักงานใหญ่
bulletสาขาเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์
bulletสาขายูไนเต็ดเซ็นเตอร์สีลม
dot
เวชศาสตร์การท่องเที่ยว
dot
bulletISTM
dot
Web สุขภาพที่น่าสนใจ
dot
bulletsaksiri.org
bulletEmergency Medical Services (EMS)
bulletThai Heart Web
bulletthaiclinic.com
bulletHealthnet
bulletศูนย์วิทยาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
dot
Web ความปลอดภัยและอาชีวเวชศาสตร์
dot
bulletฐานข้อมูลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมีที่มีใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย
bulletthaisafety
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน
bulletOSHA
bulletNIOSH
bulletกรมควบคุมมลพิษ
bulletข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ (MSDS)
dot
Web ประกันสุขภาพภาครัฐ
dot
bulletสปสช.
bulletสปสช.กทม.
bulletสำนักงานประกันสังคม
dot
Web งานทรัพยากรมนุษย์
dot
bulletthaihrm.com
bulletPMAT
bulletHR Center
dot
Friendly Links
dot
dot
Staff Only
dot
bulletWeb Maintenance
bulletPerfecthealth Web Mail
dot
Disclamation
dot
bulletGeneral Disclaimer
bulletMedical Disclaimer
dot
Newsletter

dot




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท เพอร์เฟคเฮลธแคร์แอนด์เช็คอัพ จำกัด 68/87 หมู่ 7 ถนนท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 โทร 0-2895-7577 โทรสาร 0-2895-7890