ReadyPlanet.com
dot dot
สมองอักเสบและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ article

สมองอักเสบ (Encephalitis)

ลักษณะทั่วไป
    สมองอักเสบ หมายถึง การอักเสบของเนื้อสมอง ถือเป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรงชนิดหนึ่ง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่
สาเหตุ
    เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น เชื้อเริม (Herpes simplex), เชื้อพิษสุนัขบ้า (Rabies), เชื้อโปลิโอ เป็นต้น
ในบ้านเรามีเชื้อไวรัสชื่อ เจแพนีสบี (Japanese B virus) ซึ่งปกติอาศัยอยู่ในสัตว์ (เช่น หมูม้า แพะ หนู นก) ติดต่อถึงคนโดยมียุงประเภทคิวเล็กซ์ (Culex) และเอดีส (Aedes) บางชนิด ซึ่งเป็นยุงรำคาญที่อยู่ตามบ้านเป็นพาหะนำโรค ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบ ซึ่งบางครั้งอาจพบระบาดในช่วงฤดูฝน ในแทบทุกภาคของประเทศ แต่พบระบาดบ่อยทางภาคเหนือ (เช่น เชียงใหม่ลำปาง) มักพบในเด็กต่ำกว่า 15 ปี และในคนแก่ ระยะฟักตัวของโรคนี้ 5-14 วัน
นอกจากนี้ยังอาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนตามหลังหัด , หัดเยอรมัน , อีสุกอีใส , คางทูม
อาการ
   มักเกิดอย่างเฉียบพลันด้วยอาการไข้สูง ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน ที่สำคัญ คือ ผู้ป่วยจะซึมลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่รู้สึกตัว ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 24-72 ชั่วโมงหลังมีอาการ บางคนอาจมีอาการชักร่วมด้วยในเด็กเล็กอาจมีอาการไข้สูง ซึม ไม่ดูดนม อาเจียน กระหม่อมโป่งตึง                                                            
สิ่งตรวจพบ
   ไข้สูง ซึม หรือหมดสติ รีเฟลกซ์ของข้อ (deep tendon reflex) ไวกว่าปกติ อาจมีอาการอัมพาตของแขนขา มือสั่น อาการคอแข็ง อาจพบได้ในรายที่เยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วย
อาการแทรกซ้อน
อาจทำให้เป็นโรคลมชัก , ความจำเสื่อม, แขนขาเป็นอัมพาต, สมองพิการ
การรักษา
   หากสงสัยให้ส่งโรงพยาบาลด่วน ถ้ามีอาการชัก ใหัยาแก้ชัก เช่น ไดอะซีแพม  ฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือเหน็บทางทวารหนัก ถ้ามีภาวะขาดน้ำให้น้ำเกลือมาระหว่างทางด้วยมักจะต้องทำการตรวจวินิจฉัย โดยการเจาะหลัง (lumbar puncture) เพื่อตรวจน้ำไขสันหลัง และอาจทำการตรวจคลื่นสมอง การรักษา ในปัจจุบัน ยังไม่มียาที่ใช้รักษาโดยเฉพาะ มักจะให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้, ให้น้ำเกลือ, เจาะคอ (ถ้าหมดสติหรือมีเสมหะมาก), ให้อาหารทางสายยางที่ต่อเข้า กระเพาะ, ให้ยากันชัก   และยาสเตอรอยด์ ผลการรักษาขึ้นกับความรุนแรงของโรค ถ้ารุนแรง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กและคนแก่) อาจตายได้ ถ้าเกิดจากเชื้อเจแพนีสบี อาจตายถึงประมาณ25% ถ้าไม่ตายก็อาจพิการ ส่วนในรายที่ไม่รุนแรง อาจหายขาดเป็นปกติได้
ข้อแนะนำ
   โรคนี้อาจมีอาการคล้ายมาลาเรียขึ้นสมอง   ถ้าพบอาการสมองอักเสบในคนที่อยู่ในเขตป่าหรือเคยเดินทางไปเที่ยวเขตป่าเขา ในระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา ควรเจาะเลือดตรวจหาเชื้อมาลาเรีย และให้การรักษาแบบมาลาเรียขึ้นสมอง
การป้องกัน
   การป้องกัน สำหรับสมองอักเสบบางชนิด อาจป้องกันได้โดย
1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม
2. สำหรับสมองอักเสบจากเชื้อเจแพนีสบี ควรหาทางกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และระวังอย่าให้ถูกยุงกัด ส่วนวัคซีนที่ใช้ป้องกันโรคนี้ แนะนำเริ่มฉีดในเด็ก อายุ 1-1 1/2 ปี ควรฉีด 3 เข็ม 2 เข็มแรกห่างกัน 1-2 สัปดาห์ (นานกว่านี้ก็ได้ถ้าไม่มาตามกำหนดนัด) อีก 1 ปี ฉีดเข็มที่ 3 กระตุ้น

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningitis)
 
ลักษณะทั่วไป
    เยื่อหุ้มสมอง (Meninges) หมายถึง แผ่นเยื่อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มเนื้อสมอง และไขสันหลังไว้ ถ้าเยื่อนี้เกิดการติดเชื้ออักเสบ เราเรียกว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคนี้นับว่าเป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ซึ่งยังพบได้บ่อยในบ้านเราในคนทุกวัย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจตายหรือพิการได้
สาเหตุ
   เยื่อหุ้มสมองอักเสบแบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งมีสาเหตุและความรุนแรงแตกต่างกันไป เช่น
   1. เยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันชนิดมีหนอง (Acute purulent meningitis)
อาจเกิดจากเชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus), สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus), อีโคไล (E.Coli), เมนิงโกค็อกคัส (Meningococcus) เป็นต้น ซึ่งมักจะมีอาการเกิดขึ้นฉับพลันทันที และมีความรุนแรง อาจเป็นอันตรายในเวลาอันรวดเร็ว เชื้อโรคอาจแพร่กระจายจากแหล่งติดเชื้อที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย (เช่น ปอดอักเสบ, เยื่อกระดูกอักเสบ, คออักเสบ) ผ่านกระแสเลือดมาที่เยื่อหุ้มสมอง หรือไม่ก็อาจลุกลามโดยตรง เช่น ผู้ป่วยหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง   อาจมีเชื้อโรคจากหูชั้นกลางลุกลามมาถึงเยื่อหุ้มสมองโดยตรง, หรือผู้ป่วยที่มีกะโหลกศีรษะแตกอาจมีเชื้อโรคลุกลามจากภายนอก เป็นต้น
   2. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค (Tuberculous meningitis)
เกิดจากเชื้อวัณโรค ซึ่งมักจะแพร่กระจายจากปอด หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมาที่เยื่อหุ้มสมองโดยผ่านทางกระแสเลือด โรคนี้มักจะมีอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ อาจกินเวลาเป็นสัปดาห์ แต่ผู้ป่วยมักจะมาหาหมอเมื่อมีอาการรุนแรง จึงทำให้มีอัตราตายหรือพิการค่อนข้างสูง พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พบมากในเด็กอายุ 1-5 ปี
   3. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส (Viral meningitis)
อาจเกิดจากเชื้อคางทูม, เชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus), เชื้อค็อกแซกคี (Coxsackie) เป็นต้น เชื้อโรคมักแพร่กระจายผ่านทางกระแสเลือด มักจะทำให้มีการอักเสบของสมองร่วมกับเยื่อหุ้มสมอง
   4. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา
ที่พบบ่อยในบ้านเรามีสาเหตุจากเชื้อคริปโตค็อกคัส (Cryptococcus) ซึ่งพบในอุจจาระของนกพิราบ ไก่ และตามดิน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าทางปอด ผ่านกระแสเลือดไปที่เยื่อหุ้มสมอง จะมีอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค มักพบในคนสูงอายุและคนที่มีร่างกายอ่อนแอเนื่องจากเป็นโรคเอดส์ มะเร็ง หรือโรคเรื้อรัง ส่วนในเด็กพบได้น้อยมาก เป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรงชนิดหนึ่ง เยื่อหุ้มสมองอักเสบชนิดนี้ มีชื่อเรียกว่า "เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อคริปโตค็อกคัส" (Cryptococcal meningitis)
   5. เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ (Eosinophilic meningitis)
ที่พบบ่อยในบ้านเรา ได้แก่ ตัวจี๊ด และพยาธิแองจิโอ (Angiostrongylus canthonensis) โรคนี้อาจมีความรุนแรงมากน้อย แล้วแต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมอง ถ้ามีเลือดคั่งในสมองหรือสมองส่วนสำคัญถูกทำลาย ก็อาจทำให้ตายหรือพิการได้ ถ้าเป็นไม่รุนแรงก็จะหายได้เอง พยาธิแองจิโอ พบมากทางภาคกลางและภาคอีสาน เป็นพยาธิที่มีอยู่ในหอยโข่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติกินหอยโข่งดิบ ก่อนมีอาการประมาณ 1-2 เดือน พยาธิเข้าไปในกระเพาะลำไส้และไชเข้าสู่กระแสเลือดแล้วขึ้นไปที่สมอง โรคนี้มักพบในตอนปลายฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่หอยโข่งตัวโตเต็มที่ ซึ่งชาวบ้านจะจับกิน
อาการ
    อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนมาก และคอแข็ง(คอแอ่นไปข้างหลัง และก้มไม่ลง) ผู้ป่วยส่วนมากจะบ่นปวดทั่วศรีษะ       โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีการเคลื่อนไหวของศีรษะ (เช่น ก้มศรีษะ) มักจะปวดติดต่อกันหลายวัน และอาจรู้สึกปวดคล้ายศีรษะจะระเบิด กินยาแก้ปวดก็ไม่ช่วยให้ทุเลาส่วนอาการไข้ อาจมีไข้สูงตลอดเวลาหรือไข้ต่ำ ๆ ก็ได้ แล้วแต่สาเหตุ ถ้ามีสาเหตุจากพยาธิอาจมีไข้ต่ำๆ หรือไม่มีไข้ก็ได้
ถ้าหากไม่ได้รับการรักษา ต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย สับสน ซึมเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดสติ นอกจากนี้ยังอาจมีอาการกลัวแสง เห็นภาพซ้อน กลืนลำบาก แขนขาเป็นอัมพาตหรือชักติด ๆ กันนาน ๆ ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ อาการอาจไม่ค่อยชัดเจน อาจมีไข้สูง กระสับกระส่าย ร้องไห้เสียงแหลม อาเจียน ชัก และกระหม่อมโป่งตึง อาจตรวจไม่พบอาการคอแข็ง
   ในผู้ป่วยที่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันชนิดเป็นหนอง อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด หรือเจ็บคอนำมาก่อนสัก 12-14 ชั่วโมง แล้วจึงเกิดอาการปวดศีรษะ อาเจียน คอแข็งในรายที่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อเมนิงโกค็อกคัส (Meningococcal meningitis) อาจมีผื่นแดงจ้ำเขียวขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิดภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว  โรคนี้อาจพบระบาดได้ สามารถติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ชาวบ้านเรียกว่า ไข้กาฬหลังแอ่น (แปลว่า ไข้ออกผื่นร่วมกับอาการหลังแอ่น หรือ คอแอ่น คอแข็ง)
   ในรายที่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส มักมีอาการเกิดขึ้นเฉียบพลันด้วย อาการไข้ ปวดศีรษะอาเจียน คอแข็ง ซึม หรือ ชัก      ส่วนมากจะมีอาการอยู่ประมาณ 2 วันถึง 2 สัปดาห์ แล้วจะค่อย ๆ หายจนเป็นปกติ ส่วนน้อยอาจมีโรคแทรกซ้อน ถ้ามีสาเหตุจากเชื้อวัณโรคหรือเชื้อรา มักจะมีอาการเป็นไข้ต่ำ ๆ   อ่อนเพลีย   เบื่ออาหาร   คลื่นไส้อาเจียน    นำมาก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์ ต่อมาจึงมีอาการคอแข็ง ปวดศรีษะรุนแรง หรือชัก ถ้ามีสาเหตุจากพยาธิ มักมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนคอแข็ง  บางคนอาจมีอาการอัมพาตของใบหน้าหรือแขนขา ถ้ามีสาเหตุจากตัวจี๊ด อาจมีประวัติอาการของโรคพยาธิตัวจี๊ดนำมาก่อน
สิ่งตรวจพบ
  ไข้สูง ซึม คอแข็ง แขนขาเป็นอัมพาต ชัก
อาการแทรกซ้อน
   มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือได้รับการรักษาช้าไป มักพบในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื้อวัณโรค, เชื้อเมนิงโกค็อกคัส) เชื้อราและพยาธิภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ เช่น แขนขาเป็นอัมพาต หูหนวก ตาเหล่ ปากเบี้ยว โรคลมชักสมองพิการ , ปัญญาอ่อน, น้ำคั่งในสมองหรือไฮโดรเซฟาลัส (hydrocephalus), ฝีในสมอง เป็นต้น
การรักษา
    หากสงสัยให้ส่งโรงพยาบาลด่วน ถ้ามีอาการชักควรฉีดไดอะซีแพม เข้าหลอดเลือดดำ หรือทางทวารหนักเพื่อลดอาการชักเกร็ง ถ้ามีภาวะขาดน้ำหรือช็อก ให้น้ำเกลือไประหว่างทางด้วย    มักจะต้องทำการวินิจฉัยโดยการเจาะหลัง (lumbar puncture) ซึ่งจะพบว่าน้ำไขสันหลังขุ่น และวัดดูความดันน้ำไขสันหลังจะพบว่าสูงกว่าปกตินอกจากนี้ ควรนำน้ำไขสันหลังไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพาะเชื้อและหาสารเคมี เพื่อแยกแยะสาเหตุ   ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จะให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อที่พบถ้าเกิดจากเชื้อวัณโรคจะให้ยารักษาวัณโรค  นาน 6-9 เดือน ถ้าเกิดจากเชื้อรา จะให้ยาฆ่าเชื้อรา ได้แก่ แอมโฟเทอริซิน บี (Amphotericin B) ถ้าเกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ    จะให้การรักษาตามอาการ ซึ่งอาการมักจะดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ ถ้าเกิดจากพยาธิ ไม่มียาโดยเฉพาะ จะให้การรักษาตามอาการและทำการเจาะหลังซ้ำบ่อย ๆ เพื่อลดความดันน้ำไขสันหลังให้กลับลงสู่ปกติ
หลังเจาะผู้ป่วยจะรู้สึกอาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อแนะนำ
   โรคนี้จัดเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง ถ้าหากให้การรักษายิ่งช้าก็ยิ่งมีอันตราย ดังนั้น ถ้าพบคนที่มีอาการปวดศีรษะ หรืออาเจียนอย่างรุนแรงที่ชวนให้สงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที
การป้องกัน
   โรคนี้อาจป้องกันได้โดย
   1. การป้องกันมิให้เป็นวัณโรค โดยการฉีดวัคซีนบีซีจีตั้งแต่แรกเกิด และถ้าเป็นวัณโรคควรรักษาให้หายขาด เพื่อป้องกันมิให้เกิดโรคแทรกซ้อน หรือแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
   2. ป้องกันมิให้เป็นโรคพยาธิตัวจี๊ด และโรคพยาธิแองจิโอ โดยการไม่กิน กุ้ง ปลา หรือหอยโข่งดิบ
   3. ถ้าเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูชั้นกลางอักเสบ ควรรีบรักษา อย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนเข้าสมอง
   4. ในกรณีที่เป็นผู้สัมผัส (ใกล้ชิด) ผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น ควรให้ยาปฏิชีวนะ ไรแฟมพิซิน




รู้ทันโรคภัย ใส่ใจสุขภาพ

ใบบัวบก ช่วยลดขนาดเส้นเลือดขอด
สูตรไม่ลับ แก้หน้าเหี่ยว
"เหล้า" กับความผิดปกติทางเลือด
20 สัญญาณมะเร็งที่ผู้หญิงมักมองข้าม
เติมเต็มสุขภาพเชิงบวกด้วย เทรนด์อาหาร ปี 2010
ปวดเรื้อรัง ระวังสมองเหี่ยว
10 นาทีนวดก้นกบ ลดความเครียด
การรักษาโรคไบโพลาร์ให้ได้ผลดีในระยะยาว
Stem Cell คืออะไร
โรคอ้วน
โรคระบบทางเดินอาหาร ทำงานผิดปกติ
โบท็อกซ์อันตรายจริงหรือ
โรคในช่องปากที่คนไทยเป็นกันมากที่สุด
"ชิคุณกุนยา" ไวรัสร้ายจากยุงลาย
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 H1N1
การตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก ( Pap smear ) article
ตรวจเต้านมด้วยตนเอง… อีกหนึ่งมาตรการในการป้องกันมะเร็งเต้านม article
ไข้หวัดนก article
การตรวจนับเม็ดเลือดอย่างสมบูรณ์ (Complete Blood Count: CBC) article
สารกันเลือดแข็ง (Preservative) คืออะไร article
โรคโลหิตจาง article
ยาบ้าและสารเสพติด article
ตาบอดสี.... หลายสิ่งที่คุณยังไม่รู้ article
รับประทานอาหารอย่างไร? ให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือด article
โรคกระดูกพรุน article
ท่านั่งขับรถที่ถูกต้อง article
ไวรัสตับอักเสบบี article
ทำอย่างไรเมื่อเจาะเลือดแล้ว รุ่งขึ้นมีรอยเขียวช้ำ article



bulletHome
bulletPerfecthealth's Job
dot
English
dot
dot
แผนที่ที่ตั้งของเพอร์เฟคเฮลธ
dot
bulletสำนักงานใหญ่
bulletสาขาเมืองไทยภัทรคอมเพล็กซ์
bulletสาขายูไนเต็ดเซ็นเตอร์สีลม
dot
เวชศาสตร์การท่องเที่ยว
dot
bulletISTM
dot
Web สุขภาพที่น่าสนใจ
dot
bulletsaksiri.org
bulletEmergency Medical Services (EMS)
bulletThai Heart Web
bulletthaiclinic.com
bulletHealthnet
bulletศูนย์วิทยาการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
dot
Web ความปลอดภัยและอาชีวเวชศาสตร์
dot
bulletฐานข้อมูลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยเกี่ยวกับสารเคมีที่มีใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย
bulletthaisafety
bulletสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน
bulletOSHA
bulletNIOSH
bulletกรมควบคุมมลพิษ
bulletข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ (MSDS)
dot
Web ประกันสุขภาพภาครัฐ
dot
bulletสปสช.
bulletสปสช.กทม.
bulletสำนักงานประกันสังคม
dot
Web งานทรัพยากรมนุษย์
dot
bulletthaihrm.com
bulletPMAT
bulletHR Center
dot
Friendly Links
dot
dot
Staff Only
dot
bulletWeb Maintenance
bulletPerfecthealth Web Mail
dot
Disclamation
dot
bulletGeneral Disclaimer
bulletMedical Disclaimer
dot
Newsletter

dot




Copyright © 2010 All Rights Reserved.
บริษัท เพอร์เฟคเฮลธแคร์แอนด์เช็คอัพ จำกัด 68/87 หมู่ 7 ถนนท่าข้าม แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 10150 โทร 0-2895-7577 โทรสาร 0-2895-7890